พากิน พาแซ่บ กับอาหารหลายหลาย

                 จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดสำคัญอีกจังหวัดหนึ่งของภาคอีสานตอนล่าง เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในส่วนที่เป็นคม แห่งขวานทอง ของประเทศไทย เป็นเมืองที่มีบรรพบุรุษกระทำคุณงามความดีไว้หลายต่อหลายท่าน จนได้ชื่อว่า เป็น เมือง แห่งนักปราชญ์ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการพัฒนา อย่างรวด เร็ว มีทางออกไปยังต่างประเทศทั้งทางอากาศ โดยการบินไทย และทางรถยนต์ ซึ่งสามารถจะเดินทางไป ท่องเที่ยว หรือ ประกอบภารกิจได้ทั้ง ลาว กัมพูชา เวียตนาม และจนถึงจีน

                       วีถีการดำเนินชีวิตของชาวอุบล เป็นไปอย่างเรียบง่าย สภาพของบ้านเมืองยังพอเป็นความเป็นเมืองเก่าแก่หลงเหลือ อยู่บ้าง มีขนบธรรมเนียม ประเพณ๊ และ วัฒนธรรม ที่ดีงามตามจารีตพื้นบ้าน และตามศาสนา ครบทั้ง 12 เดือน ซึ่งทั่วโลก รู้จักดีอยู่ประเพณีหนึ่ง คือ งานประเพณีแห่เทียนพรรษา

                        อุบลราชธานี เป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธ์ ธัญญาหาร สมกับคำว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว โดยแท้ ซึ่ง จากการที่มีแหล่งอาหารอันอุดมนี่เอง ทำให้ มีประเภทของอาหารการกินที่มีชื่อเสียง และอร่อยเป็นที่เลื่องลือกันไปหลาย อย่าง ...... เราจะค่อยๆแวะไปชิมกัน ทีละ แห่ง นะครับ

ลาบเป็ด

            พูดถึงลาบเป็ด หลายท่านอาจจะนึกถึงลาบเป็ดอุดร เพราะเราจะเห็นว่าในกรุงเทพ จะมี ร้านขายลาบ เป็ดเยอะมาก ซึ่งล้วนโปรโมทตัวเองว่าเป็นลาบเป็ดอุดร เราก็แปลกใจว่า ลาบเป็ดที่เราเห็นว่า รสชาดอร่อยปากของเรา จริงๆอยู่ที่อุบล แต่ไม่ค่อยจะเห็นมีร้านไหนเอาไปอ้างเลย ซึ่งรสชาดนี้ ใครก็ตามที่เคยเข้ามาจังหวัดอุบล และเคยไปชิม มา เมื่อเข้ามาอุบลใหม่อีกครั้งเป็นต้องขอไปซ้ำสอง จนกลายเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักเดินทาง และกลายเป็นอาหารจานเด่น ที่ชาวอุบลใช้ในการรับแขกและญาติมิตรไปแล้ว

                           ลาบเป็ด ที่รสชาดคุ้นลิ้นนักเดินทางเป็นอย่างดี คือร้าน ก.แก้ว ตั้งอยู่ทางออกไปจังหวัดยโสธร ใกล้กับสถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ที่ร้านนี้จะมีจุดเด่นที่การหั่นเนื้อเป็ดเป็นชิ้นบางๆ นำมาย่างไฟอ่อนๆ พอสุกเหลือง แล้วนำมาปรุง (ชาวพี้นเมืองเรียก ว่า "คน") ทีละจานหรือหลายๆจานตามจำนวนของการสั่ง ณ เวลานี้นๆ คือไม่ปรุงรอ แขก ทำให้ได้รสชาดที่สด สะใจ และยังมีซุปโครงเป็ดมะนาวดอง ที่มีรสชาดของน้ำซุปที่หวานอร่อยจริงๆ คำว่าโครง เป็ดจริงๆแล้วร้านนี้เค้าใช้ โครงที่ ยังมีเนื้อ หนัง ติดอยู่มากทีเดียว ส่วนอาหารเกี่ยวกับเป็ดอีกอย่างนึงที่ขาดไม่ได้คือ หัวเป็ดทาดี ก็คือเป็ดส่วนหัว นำมาทา น้ำดีของเป็ดเอง แล้วไปย่างหรือทอดจนเหลืองกรอบ อร่อยอย่าบอกใครเชียวละ ถ้าใครเข้ามาในจังหวัดอุบล แล้วไม่มีใครชวนหรือแนะนำให้ไปลองลิ้มชิมรสชาดลาบเป็ด ก็ ผิดไปละ

                          จริงๆแล้ว มีร้านที่ทำลาบเป็ดแบบเดียวกันกับร้าน ก.แก้ว อีกหลายร้าน ที่ขอแนะนำเพิ่มเติมก็คือ ร้าน คนเมือง เลยร้าน ก.แก้ว ออกไปอีกเกือบๆกิโล อาหารเด่นนอกจากประเภทเดียวกับก.แก้วแล้ว ที่นี่จะมีทอดเครื่องในเป็ด และ แป๊ะ ซะไก่ ให้เลือกรับประทานกันอีกด้วย ส่วนอีกร้าน คือร้าน เปี๊ยกลาบเปิด อยู่ใกล้ๆกับแมคโคร ถนัดตรงไหนก็ไปลองกัน ครับ อ้อ ... ในระหว่างทานกันไป ลองนึกไปด้วยนะครับว่า เป็ด 1 ตัว ยังมีส่วนไหนบ้าง ที่ไม่ได้นำมาใช้ประ โยชน์ ใคร ตอบ ได้ จะพาไป เลี้ยงลาบเป็ดหนึ่งมื้อ เด้อ


เค็มหมากนัด
                     เค็มหมากนัด เป็นอาหารพื้นเมืองของอุบลราชธานีอีกประเภทหนึ่ง ที่ใช้ปลาเทโพ ปรุงผสมกับสับปะรด (หมากนัด) แล้วบรรจุ คลิก เพื่อชมภาพใหญ่ในขวด(ส่วนใหญ่ใช้ขวดโซดา) แล้วหมักในระยะเวลาจนได้ที่ จึงนำมารับประทาน รสชาดจะออกเปรี้ยวๆเค็มๆ การนำมาปรุงส่วนใหญ่จะปรุงสองแบบคือ ปรุงแบบหลนเต้าเจี้ยว  คือใช้ส่วนผสม เครื่องปรุง และวิธีปรุงแบบเดียวกันกับหลนเต้าเจี้ยว เพียงแต่เปลี่ยนจากเต้าเจี้ยวมาเป็นเค็มหมากนัดแทน
ส่วนอีกประเภทหนึ่ง คือ ยำเค็มหมากนัด เป็นการนำเค็มหมากนัดมาปรุงด้วยเครื่องยำ เช่น พริกสด กระเทียม น้ำตาล น้ำปลา ผักชี หอม อาหารที่ปรุงทั้งสองประเภท มักจะรับประทานกับผักสด หรือผักลวก เค็มหมากนัดในช่วงหลังๆ จะไม่ค่อยมีใครผลิด และไม่ค่อยมีใครนำมาปรุงมากนัก ยังคงเหลืออยู่เพียงบางส่วน ผู้ที่ผลิตจะอยู่บริเวณถนนพรหมราชใกล้กับสมาคมฮากกา ส่วนผู้ปรุงเท่าที่เห็นจะมีที่ร้านยิ้มยิ้ม บริเวณสี่แยกไปรษณีย์ (ร้านนี้มีขาหมู และไข่เจียวไชโป้วอร่อยด้วยนะ)

อาหารอินโดจีน

                        อาหารอินโดจีน หรือ ชาวบ้านเรียกกันว่าอาหารญวน เพราะ เป็นอาหารประจำชาติของชาวเวียตนาม เป็น อาหารที่ออกจะเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรับประทานผักสดๆ ที่เด่นๆ และหลายคนรู้จักกันดีก็คือ ร้านอินโดจีน ซึ่งจะมีอา หารเวียตนามอยู่หลายประเภทด้วยกัน เช่น

                         แหนมเนือง จุดเด่นของแหนมเนืองคือ หมูปิ้ง เป็นหมูสับที่คลุกเคล้าด้วยเครื่องปรุงต่างๆ เช่น กระเทียม พรริกไทย เกลือ แล้วนำมาพันโอบ ไม้ที่เหลามาอย่างดี จึงนำไปย่าง หรือปิ้งน่ะแหละ จนสุกเหลือง หอมได้ที่ แล้วก็นำมา ประกอบกับเครื่องเคียง ซึ่งมีหลายอย่างและมีกรรมวิธีการกินที่สาวๆ อาจจะอายๆอยู่บ้าง คือ เริ่มต้นด้วยการนำผักกาด มาหนึ่งใบใหญ่ๆหน่อย แล้วนำแผ่นเมี่ยง (เป็นแผ่นแป้งที่ใช้ทำเมี่ยงทอดนี่แหละนำมาชุบน้ำให้อ่อน) มาวางไว้บนผักกาด จากนี้นก็หยิบเครื่องเคียงอื่นๆ เช่น กระเทียมปอกเป็นกลีบ พริกสดหั่น กล้วยสดดิบ มะเฟือง ใบกุ้ยฉ่าย และผักต่างๆ เช่น ผักชี สะระแหน่ วางลงไปด้วยกัน พร้อมทั้ง หมูปิ้ง แล้วห่อให้เป็นคล้ายกระทง โดยจะมีใบผักกาดรองอยู่ล่างสุด แล้ว ราดด้วยน้ำจิ้ม ซึ่งเป็นน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมของตับบดละเอียด ....พอจะนึกภาพออกมั้ยครับ ว่า ไอ้เจ้าห่อนี้ มันจะมีขนาดโต สักเท่าไหร่ แรกๆ ที่สาวเจ้าเริ่มกินเป็นคำแรก ก็จะมองซ้าย มองขวา ว่าจะมีใครเห็นหรือไม่ กับการที่ต้องอ้าปากขนาด ที่ไม่เคยอ้ากว้างเท่านี้มาก่อน แต่..อย่าห่วงเลยครับ ทุกคน ก็อยู่ในท่านี้เหมือนกันแหละ พอเข้าปากแล้วเคี้ยวได้สักพักเท่า นั้นแหละ คุณก็จะรู้ว่า รสชาดของความอร่อยมันอยู่ตรงนี้เอง ทีนี้ คำต่อๆไป ก็จะไม่มีการมองใครๆรอบข้างอีกแล้ว

                         นอกจากนี้ ที่แปลกๆ อีก ก็คือ บ่อบุ๋น , บี่บุ๋น ซึ่งก็คือขนมจีน หน้า หมู หรือ ขนมจีนหน้าเนื้อ ที่หมักด้วยเครื่อง ยา กลิ่นและรสชาดคล้ายกับหมูสะเต๊ะ แล้วราดด้วยน้ำที่มีรสชาดคล้ายน้ำบ๊วยหวาน แต่เหลวและใสกว่า ถ้าจะว่าไป คล้ายกับน้ำจิ้มเมี่ยงทอด แต่ไม่ใส่ถั่วบดเท่านั้นเอง

                         ที่คิดว่าหลายๆท่านคงจะพอรู้จักบ้าง ก็เช่น เมื่ยงสด เมี่ยงทอด กุ้งพันอ้อย ขนมเบื้อง แต่ที่ร้านนี้ เค้าจะมีท ีเด็ดตอนจบ อีกอย่างคือ จะมีข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด เป็นของหวานประจำ ที่ทุกคนต้องไม่ลืมสั่ง เพราะให้รสชาดที่ หวาน มัน ทีเดียว

                         อีกสักเรื่อง สอง เรื่อง ที่น่าพูดถึง คือ โต๊ะอาหารส่วนใหญ่ของร้านนี้ ส่วนของขาโต๊ะ จะเป็นส่วนประกอบ ของจักรเย็บผ้า นำมาดัดแปลงใหม่เป็นโต๊ะอาหารได้อย่างลงตัวทีเดียว และ เครื่องดื่ม ที่จะคอยเสริฟอยู่ตลอดเวลา จน กว่าคุณจะอิ่มก็คือ น้ำชาจีนใส่น้ำแข็ง ชุ่มคอทีเดียวเชียวแหละ เว้นเสียแต่ว่าท่านจะสั่งเครื่องดื่มอย่างอื่น อ้อ ร้านนี้ ตั้ง อยู่ที่ถนนสรรพสิทธิ์ประสงค์ เยื้องกับปั๊มน้ำมันเชลล์ ข้างวัดแจ้ง เท่านี้ คุณก็บอกรถพาไปได้โดยสะดวก

ส้มตำ

                   แหม อาหารประเภทนี้ จริงๆแล้ว มีขายอยู่ทั่วไปเต็มบ้านเต็มเมืองแหละครับ แต่ที่จะพูดถึงนี่ ขอเลือกที่เป็น ร้านให้ได้นั่งทานกันสบายๆ สักสองสามแห่งนะครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นร้านที่ขึ้นชื่อทางด้านรสชาดทีเดียวละ

                    ที่ชาวอุบลรู้จักกันดี และมักจะชวนเพื่อนพ้องต่างจังหวัดไปทานกัน จนเป็นที่รู้จักก็เช่น ส้มตำวัดแจ้ง อยู่ด้าน หลังวัดแจ้ง (เดิมอยู่ข้างวัดด้านหน้า) อีกร้านคือส้มตำน้ำโจัก มีอยู่สองแห่งคือ ที่อ.วารินชำราบใกล้ๆกับ สถานี ดับเพลิง และ ที่ ใกล้ๆกับร้านอาหาร อินโดจีน เยี้องปั๊มน้ำมันเชลล์ ถนนสรรพสิทธิ์ประสงค์ เป็นสาขาที่ 2

                    จุดเด่นของร้านส้มตำทั้งสองสามแห่งนี้ คือ จะมีประเภทของส้มตำเยอะมาก คือ มีทั้ง ตำไทย ตำลาว ตำปู ตำซั่ว ( ซี่ว หมายถึง มั่ว เป็นส้มตำที่ใส่ขนมจีน และ หนังหมูทอดเข้าไปด้วย ) ตำแตง ตำถั่ว ตำกล้วย ตำลูกยอ ให้ เลือกแซ่บๆกันได้ตามปราถนา และ ตามความสามารถของท้องไส้ และส่วนอาหารอื่นๆ ที่จะทานกับส้มตำ ก็มีหลายอย่าง ที่ขาดมิได้ ก็คือ ไก่ย่าง ซี่โครงหมูปิ้ง ปิ้งปลาทาเกลือ แคบหมู (กากหมูทอด) หมกปลา หมกหน่อไม้ ไข่ต้มยางกอก ( เป็น ไข่เปิดต้มนี่แหละ แต่เค้าจะต้มไม่ให้สุกมาก พอให้ไข่แดงเหนียวเป็นยางเยิ้มๆ ) หมูยอทอด กุนเชียงทอด บางที่ ก็มี ชิ้น หลอด ( เนื้อวัวหั่นเป็นชิ้นกลมๆยาวๆตากแดดจนแห้งแล้วมาทอด ) โอย เยอะแยะตาแป๊ะตาลาย ( มากซะจนตาเป๊ะไก๋ไม่ ได้ )

                    มีอีกอย่าง ที่อยากจะแนะนำ เวลาทานข้าวเหนียวกับอะไรก็ตาม ส่วนใหญ่จะเห็นคนที่ไม่ใช่คนอิสาน หรือบางทีก็อิสานทั้งดุ้นนี่แหละ ทานข้าวเหนียวด้วยการเอาซ่อมมาจิ้มข้าวเหนียวใส่ปาก เฮ้อ...มันจาไปอร่อยอาไร้..... อยากจะให้ลองใช้วิธีปั้นข้าว แบบพื้นเมืองอิสานจริงๆดูครับ คือล้างมือให้สะอาด แล้วควักเอาข้าวเหนียวจากกระติบ ประ มาณ ขนาดพอปั้นได้ แล้วเอาอุ้งมือคลึงปั้น ให้เป็นก้อนหลวมๆ ไม่ต้องแน่นนัก แล้วใช้ข้าวจิ้ม (จะได้แต่น้ำๆติดข้าว ) หรือ จั้ม ( อันนี้จะได้ทั้งน้ำทั้งเนื้อติดบ้าวมาด้วย) แล้วใส่ปากเคี้ยว ลองดูครับ จะให้ความรู้สึก และรสชาดที่ดีกว่ากัน เยอะ เลย ไม่ต้องไปอายใครหรอก เพราะนี่คือ กรรมวิธีการกินข้าวเหนียวที่ถูกต้องอย่างแท้จริง

ปลาอร่อย

                      เมืองแห่ง ปลาแซ่บหลาย ถ้า ไม่มีอาหารประเภทปลาอร่อยๆ ละก็ อายเค้าแย่เลย ซึ่งในตัวเมืองอุบลฯ จะมีร้านอาหารประเภทปลาเด่นๆอยู่ สองร้าน คือ ร้าน เพื่อน ( อยู่ถนนพิชิตรังสรรค์ใกล้กับแยกซีซอ ) และร้าน ปลาทอง ( อยู่ถนนเขื่อนธานี ใกล้กับแยกฮัทชิสัน )

                      ชนิดของปลาหลักๆ ที่นำมาใช้ประกอบอาหาร ก็มี ปลาโจก ปลาปึ่ง ปลาบึก (นานๆจะเจอที เพราะหา ยาก นอกจากเป็นปลาบึกตัวเล็กๆ เพราะมีการเพาะเลี้ยงกันบ้างแล้ว) ปลากด ปลาเนื้ออ่อน ปลากราย ปลาหลด ซึ่งอหาร หลักๆของทั้งสองร้านนี้ก็จะเป็นพวก อุ๊หน่อไม้พุงปลา (คล้ายแกงกะทิหน่อไม้ แต่เข้มข้นกว่า น้ำกะทิพอขลุกขลิก แล้วใส่ ท้องปลาปึ่ง ) เอาะไข่ปลา (เป็นอาหารแบบพื้นเมืองดัดแปลง ใช้ไข่ปลาเป็นหลัก แล้วมีผักเยอะๆ เน้นที่ผักชีลาวให้กลิ่น หอมเด่นออกมา) นึ่งปลาแจ่ว ( ส่วนใหญ่จะใช้ปลาโจกส่วนท้อง บางคน บางแห่งก็ใช้ปลาช่อน นึ่งมาเสริฟพร้อมผักต่าง ๆ และแจ่ว คือน้ำพริกสูตรอิสาน ซึ่งส่วนผสมที่เป็นเครืองหอม เช่น หอม กระเทียม พริก จะเอามาเผาก่อนตำ แล้วจะให้ อร่อยต้องใส่แมงดาเข้าไปด้วย ) ต้มส้มปลากด ( ไม่ใช่ต้มส้มแบบปักษ์ใต้นะครับ จริงๆแล้วจะต้มคล้ายต้มเปรด แต่ใส่ มะขามสด หรือมะขามเปียกแล้วแต่ฤดูกาล เน้น เปรี้ยวและเผ็ด ) ลาบเหนียว (ใช้เนื้อปลาตอง หรือ ปลากรายขูดออก มา แล้วปรุงเด้วย เครื่องลาบ คนให้เข้ากัน แบบดิบๆ แต่สามารถทำให้สุกได้ แล้วแต่ความชอบ ) นอกจากนี้ก็จะมี ปลาเนื้อ อ่อนทอด กระ เทียมพริกไทย ทอดมันปลากราย ลาบปลา

                        อีกอย่างที่อยากแนะนำ คือ เชิงปลากรายทอด เห็นมีอยู่ที่ร้าน สาคร อยู่ด้านข้างศาลจังหวัด เป็นการนำ เอาเชิง หรือ ส่วนครีบบนและครีบท้องของปลากราย มาทอดกรอบ ทานกับผักดองและแจ่ว ซึ่งถ้าว่าไปแล้ว ร้านสาคร ทำแจ่วแมงดาได้อร่อยสะใจผมมากกว่าที่ใดๆเลย และร้านนี้เค้าก็เป็นร้านที่ขายอาหารประเภทปลาเหมือนกัน แต่ให้รส ชาดที่เป็นพิ้นบ้านมากหน่อย และถ้าคุณเป็นคนชอบอาหารรสจัดจ้าน เผ็ด ละก็ แนะนำไปที่ร้าน คุณเต่ อยู่ด้านหลังโรง เรียนอนุบาลอุบล ที่นี่ก็มีอาหารประเภทปลา อาหารอิสานอื่นๆ และอาหารแบบไทยๆ บริการ แต่ขอเน้นว่า คุณต้องชอบ รสจัดนะ

โต้รุ่งรสเด็ด

                       ช่วงเวลาเย็นค่ำ ย่ำสนธยา นกกาบินคลับคืนรัง แต่มนุษย์ยังคงต้องออกไปหาอาหารมาใส่ปากท้อง ซึ่ง ในอุบล ถ้าใครไม่ชอบนั่งร้านอาหาร อยากที่จะเดินเลือกอาหารตามแผงลอย รถเข็น ซึ่งรวมตัวกันเป็นร้านค้าโต้รุ่ง (ปัจจุ บัน ไม่โต้รุ่งจริงๆซะแล้ว ประมาณตีหนึ่ง ตีสอง ก็เก็บร้านกลับบ้านนอนกัน ) ก็จะมีให้เลือกหลายแหล่ง

                        ถ้าชอบบะหมี่ ลองแวะไปแถวๆสี่แยกปั้มน้ำมันแอสโซ่กิโลศูนย์ดูครับ ตรงนั้น จะมีบะหมี่รถเข็นอยู่เจ้า นึง เป็นบะหมี่หมูแดง ที่เค้าทำเส้นบะหมี่เอง และหมูแดงหมักรมควันย่าง อย่างได้ที่ หอม อร่อย ทั้งน้ำทั้งแห้ง ( ส่วน ตัวผมชอบแห้ง เพราะเค้าจะมีน้ำซุป ใสถ้วยเล็กๆมาให้ซดแก้ฝืดคอด้วย ) ถ้าอยากจะกินข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดงหมูกรอบ ก็ไม่ใกลจากร้านบะหมี่นัก อยู่ตรงข้ามโรงภาพยนต์นิมิตราม่าเก่า (ปิดบริการไปแล้ว) ที่นี่รสชาดพอได้ แต่เน้นปริมาณ รับรองว่าอิ่มแบบตังค์ยังเหลือแน่ๆครับ ถ้าชอบ โรตี ลูกชิ้นทอด และผลไม้ อยากจะให้แวะไปด้านช้างสำนักงานเทศบาล นครอุบล ตรงนี้จะเป็นแหล่งรวมอาหารรถเข็นแหล่งใหญ่อีกแห่ง เดินเลือกดูเลือกทานกันได้ตามปราถนา

                         ทีนี้ ถ้าอยากจะทานขนมหวานใส่น้ำแข็งแบบไทยๆ ละก็ แวะไปที่โต้รุ่งตลาดใหญ่ซิครับ เดินเข้าไป หน้าตลาด แล้วเลี้ยวไปขวามือสุด เจ้านี้เค้าทำได้รสชาด หวาน มัน สมกับเป็นขนมหวานแบบไทยๆทีเดียว บางวันช่วง หน้าหนาว จะเพิ่มพวกตือคาโค หมูจ๋า เป็นขนมทอดแบบจีน ให้ทานกันด้วย ในบริเวณเดียวกันนี้ แถวๆมุมด้านซ้ายมือสุด เมือเดินเข้าจากหน้าตลาด จะมีร้านหอยทอดอยู่เจ้านึง ร้านนี้เค้าฝีมือครับ ทอดได้แป้งกรอบ หอยแมงภู่ และ หอยนางรม ที่สดพอควร ราดด้วยน้ำจิ้มหวานๆเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ พอดี้ พอดีเลยละ


ก้วยจั๊บญวน

                 ใครมาถึงเรือนชาน ต้องต้อนรับ ใครมาอุบลแล้วไม่กินก้วยจั๊บ ก็ เสียดายแทน........... ก้วยจั๊บ เป็นอา หารที่เริ่มต้นค้าขายโดยคนญวน ซึ่งทุกวันนี้ ก็คนญวนน่ะแหละ ขายอยู่ เอ๊ะ ยังไง .. ในอุบล ร้านขายก้วยจั๊บ มีอยู่ดาดดื่น พอๆกับร้านขายส้มตำ แต่ที่เด่นๆ อยากจะแนะนำคือ

                 อาหารเช้า ถ้าต้องการทานก้วยจั๊บ ขอแนะนำร้านก้วยจั๊บน้าแถ (ไม่มีชื่อร้านหรอกครับ เราเรียกกัน เพราะเป็นชื่อของคนขาย ) ร้านนี้จะปรุงไม่เหมือนใคร เส้นทำเองขนาดเขื่องกว่าเจ้าอื่น เน้นที่น้ำซุปต้มด้วยกระดูกหมู และหอมเจียว จนหวานหอมอร่อย น้ำจะสีออกเหลืองแดงด้วยหอมเจียว ตักใสถ้วย โรยด้วยหมูยอหั่นชิ้นโตกว่าร้านอื่นๆ พร้อมกระดูกหมูติดเนื้อที่ต้มจนเปื่อย และ หอม ผักชี มีร้านเดียวครับ ที่เป็นสูตรเด็ดสำหรับผม ตั้งอยู่ถนนจงกลนิธารณ์ ใกล้สี่แยกโรงพยาบาลเซ็นทรัล หาง่ายครับ ริมถนน

คลิก เพื่อชมภาพใหญ่ คลิก เพื่อชมภาพใหญ่
ก้วยจั๊บน้าแถ พร้อมปาท่องโก๋

                       อีกที่ ถ้าคุณเป็นคนนอนดึก ร้านนี้เค้าจะออกขายประมาณ 23.00 น. ไปจนสว่าง ก็หมด ตั้งอยู่ใกล้ สามแยกโรงเรียนมิชชั่น ที่นี่ น้ำซุปจะใส แต่หวานด้วยกระดูกหมูเช่นกัน เพียงไม่เน้นหอมเจียว แต่ที่เด่นของเค้า คือ จะ มีพวกเท้าไก่ต้ม กระดูกหมูต้ม ให้สั่งเพิ่มด้วยต่างหาก เส้นจะเป็นเส้นเล็กเหมือนร้านทั่วไป แต่เค้าต้มได้อย่างพอเหมะ ไม่เหนียว ไม่เปื่อยยุ่ยจนเกินไป อยากจะลองท้องตอนดึก ก็มีที่นี่แหละครับ

                       ตอนนี้ ไม่ว่าจะทานก้วยจั๊บที่ร้านไหนๆ จะมีปาท่องโก๋ มาไว้ให้ใส่เหมือนกับโจ๊กด้วยนะครับ เดิมไม่ เห็นมีร้านไหนมีกันเลย ไม่แน่นะ อาจเป็นผมก็ได้ ที่ไปเริ่มต้นสูตรนี้ให้กับร้านก้วยจั๊บ เพราะผมไปทานตอนเช้าที่ร้านน้า แถ เมื่อ ซักสิบกว่าปีก่อน ซึ่งยังไม่มีการนำปาท่องโก๋มาทานด้วย ผมไปซื้อมาเอง แล้วมาทานกับก้วยจั๊บ จนแขกคนอื่น เริ่ม ซื้อมาทานด้วย หนักเข้า ร้านน้าแถ ก็ซื้อมาบริการซะเอง จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ มีให้ทานกันทุกร้านซะแล้ว

ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารการกินทั้งในอุบลราชธานี และจังหวัดอื่นๆทั่วทุกภาคของไทยอีก ขอเชิญคลิกตรงนี้ ไปตั้งวงกันต่อนะครับ

ท่านเห็นว่าที่ไหน ร้านใด มีอะไรเด่นๆอร่อยๆ นอกเหนือจากนี้ กรุณาไปพูดคุยกันที่นี่ครับ