|
::
ภาณุ
อุยยะพัฒน์ ::
![]() เรื่องของคำขวัญจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการจัดแต่งขึ้นมา และประกาศใช้อย่างแพร่หลาย คือคำขวัญ 7 ประโยค ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร ก็มีการเปลี่ยนคำขวัญไปด้วย ทั้งการมอบหมายให้คนแต่งขึ้นใหม่ ทั้งจัดให้มีการประกวด มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายยุคหลายสมัย ทำให้เกิดความสับสนสำหรับผู้ใช้เป็นอย่างยิ่ง จากนั้น ล่าสุดจึงได้มีการประกาศให้ใช้คำขวัญชุดแรก และต่อท้ายด้วยคำว่า ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์ รวมเป็น 8 ประโยค เป็นคำขวัญประจำจังหวัดที่แท้จริง ซึ่งแต่ละคำก็มีความหมายในตัวเอง ที่สามารถบ่งบอกถึงคำนั้นๆได้เป็นอย่างดี (เรื่องที่มาที่ไปของคำขวัญจังหวัดอุบลราชธานี นายสุวิชช คูณผล ได้เขียนไว้ ในวารสารข่าวหอการค้าอุบลราชธานี ประจำเดือนกันยายน 2544 อย่างละเอียด....<<< คลิกไปอ่าน >>>)
อุบลราชธานี
เมืองแห่งดอกบัวงาม
..แม่น้ำสองสี
..มีปลาแซบหลาย
..หาดทรายแก่งหิน
..ถิ่นไทยนักปราชญ์
..ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม
..งามล้ำเทียนพรรษา
ส่วนที่เป็น
คมขวาน นี้เอง
มีแม่น้ำประวัติศาสตร์ 2 สาย
มาบรรจบกัน คือ
แม่น้ำโขง และ
แม่น้ำมูล
โดยสภาพน้ำในแม่น้ำโขง ขุ่นข้น จึงเปรียบว่า
แม่น้ำโขงสีปูน
ส่วนแม่น้ำมูลสภาพน้ำใสกว่า เปรียบเทียบได้ว่า
น้ำโขงสีปูน น้ำมูลสีคราม
แม่น้ำไหลลงสู่แม่น้ำโขง สายน้ำทั้งสองสายที่ไหลวนเวียนปนเปกัน
จึงกลายเป็น
แม่น้ำสองสี
หลายจังหวัดได้ประชาสัมพันธ์อาหารการกิน อันเป็นทรัพยากรท้องถิ่นหลายรูปแบบ เช่น นครปฐม : ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว สุราษฎร์ธานี : เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง เชียงราย : ลิ้นจี่หวาน ข้าวสารขาว แม่ฮ่องสอน : เขียดแลว สำหรับอาหารปลา ซึ่งเป็นอาหารย่อยง่าย ไม่เพิ่มน้ำหนัก แพทย์มักแนะนำให้บริโภคนั้นที่ขึ้นชื่อมีอยู่หลายแห่ง เช่น ปลาบึก ที่แม่น้ำโขง หนองคาย นครพนม ปลายี่สก ที่แม่น้ำแม่กลอง ราชบุรี ปลาเสือ ที่บึงบรเพ็ด นครสวรรค์ ปลาเนื้ออ่อน ที่แม่น้ำบางปะกง ฉะเชิงเทรา ฯลฯ ที่อุบลราชธานี นอกจากมีแม่น้ำสองสีแล้ว ยังมีแม่น้ำชี ลำโดมใหญ่ ลำโดมน้อย ( เขื่อนสิ-รินธร ) และแหล่งน้ำธรรมชาติมากมาย จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลานานาชนิด เช่น ปลาโจก ( คล้ายปลายี่สก ) ปลาบึ่ง ( คล้ายปลาเทโพ ) ปลาเสิม ( คล้ายปลาบึก ) ปลาเสือ ( ตัวลายเหลืองสลับดำเหมือนเสือ ) เหตุที่ปลาเมืองอุบลราชธานีแซบหลาย เพราะมาจากแหล่งน้ำที่มีหาดทราบ แก่งหิน น้ำไหลใสสะอาด ปราศจากโคลนตมหมักหมม ปลาจึงไม่คาว สามารถประกอบอาหารรับประทานได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการสะสมไว้ได้นานด้วยการทำ เค็มหมากนัด ซึ่งเป็นอาหารประเภทเครื่องดอง มีส่วนประกอบของ ปลาบึ่ง เกลือสินเธา และสัปรดพื้นบ้าน เค็มหมากนัดนี้ทำได้เฉพาะเมืองอุบลราชธานีเท่านั้น เพราะถ้านำสิ่งประกอบมาจากที่อื่นจะเสียของทันที เค็มหมากนัดเคยขึ้นโต๊ะเสวยมาแล้ว เมื่อคราวล้นเกล้า ฯ ทั้งสองพระองค์ เสด็จเปิดเขื่อนสิรินธร ปัจจุบันเค็มหมากนัดเป็นสินค้าออกที่ขึ้นชื่อของเมืองอุบลราชธานีและเป็นอาหารหลักของ พาข้าวแลง ซึ่งหมายถึง การจัดอาหารเย็นอย่างเป็นพิธีการ รับแขกเมืองตามประเพณีดั้งเดิมของชาวอุบลราชธานี จากแนวความคิดและริเริ่มของ คุณประจวบ ศรีธัญรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองอุบลราชธานี เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วภาคอีสานอยู่ในปัจจุบันนี้ ปลาจากแม่น้ำมูลไม่ใช่แซบหลายเฉพาะที่อุบลราชธานีเท่านั้น ปลาเอินที่อุบล ฯ ได้เคยส่งไปขายเป็นปลายี่สกที่ราชบุรีมาแล้ว ท่านที่เคยไปสั่งปลาเสือกินที่นครสวรรค์ ก็ขออย่าได้คิดว่าเป็นปลาเสือจากบึงบรเพ็ด เพราะแหล่งข่าวยืนยันมาว่าเป็นปลาเสือสั่งไปจากแม่น้ำมูลเรานี้เอง
แม่น้ำสายสำคัญอันเปรียบเสมือนสายโลหิตของชาวอุบล ฯ ดังกล่าวแล้ว เต็มไปด้วยเกาะแก่งต่าง ๆ และหาดทรายงามที่ขึ้นชื่อลือชา รู้จักกันเป็นที่แพร่หลาย ได้แก่ แก่งสะพือ แก่งตะนะ หาดวัดใต้ หาดคูเดื่อ เป็นอาทิ แต่ที่ฮือฮาอยู่เวลานี้ได้แก่ ผาแต้ม ซึ่งเป็นผาหินงดงามเป็นที่มหัศจรรย์แสดงถึงธรรมชาติวิทยาโดยเด่นชัด มีภาพเขียนสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ เช่น มีรูปภาชนะเครื่องใช้ รูปสัตว์ต่าง ๆ และรูปมือคนสมัยโบราณจำนวนมาก ซึ่งกรมศิลปากรประมาณว่ามีอายุไม่น้อยกว่า 3,000 ปี เกี่ยวกับภาพเขียนประวัติศาสตร์ที่ว่านี้ ชัย ราชวัตร นักเขียนภาพล้อเลียน ซึ่งเป็นชาวอุบล ฯ ได้ให้ผู้ใหญ่มาแห่งทุ่งหมาเมิน ถามอ้ายจ่อยว่า มีความเห็นอย่างไร อ้ายจ่อยออกความเห็นว่า ภาพที่เขียนนี้แสดงว่ามีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ที่อุบล ฯ เมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว ผู้ใหญ่มาถามต่อไปว่า สังเกตจากอะไร อ้ายจ่อย : เพราะว่ามีรูปคนยกมือจำนวนมาก และมีเสือ สิงห์ กระทิง แรด อยู่ด้วย แก่งหิน หาดทรายที่มีหลากหลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองอุบล ฯ นั้น เป็นหาดทรายขาวสะอาด และแก่งหินธรรมชาติโดยแท้ คุณปราโมทย์ ทัศนาสุวรรณ หรือ อายุธ วิไล แห่ง อนุสาร ท.ท.ท. ได้เขียนถึง แก่งตะนะ ไว้ว่า เป็นแก่งหินที่มีเสน่ห์ในตัวเอง ธรรมชาติแปลกตาเปรียบได้กับกุหลาบที่มีหนามแหลมคม พร้อมกับสาธยายว่า ที่ว่าเหมือนกุหลาบเพราะใครได้เห็นแล้วก็ชื่นตา สบายใจ หายเหนื่อย สบอารมณ์ ที่มีหนามแหลมคม เพราะทางไปไม่สะดวก ( เดี๋ยวนี้ทางไปสะดวกสบายหายห่วงแล้วครับ )
คำขวัญที่เอ่ยถึงของดีเมืองอุบล ฯ ข้างต้น ได้แก่ ..แม่น้ำสองสี ..มีปลาแซบหลาย ..หาดทรายแก่งหิน นั้นเป็น รูปธรรม สามารถสัมผัสได้ แต่ ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม นี้เป็น นามธรรม ได้ยินแต่เสียงร่ำลือเสียงเล่าอ้าง บางท่านก็ถามว่าพิจารณากันอย่างไร โปรดวิเคราะห์ด้วยวิจารณญาณดูเถิดว่า .. พระเถระผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นอริยะสงฆ์ทั้งฝ่ายวิปัสนาธุระและคันถธุระ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชายกย่องในกิตติคุณ และปฎิปทาของท่านอยู่ในเวลานี้ ล้วนเป็นชาวอุบล ฯ ทั้งสิ้น ฝ่ายวิปัสนาธุระ หลวงปู่มั่น ภูมิทัตโต มีอริยะสงฆ์เป็นศิษยานุศิษย์มากมาย อาทิ .. หลวงปู่ผั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร หลวงปู่แหวน สุจินโน วัดดิยแม่ปั๋ง เชียงใหม่ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อุดรธานี หลวงปู่ชา สุภัทโธ วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี ฯลฯ ด้านกิติศัพท์ของหลวงปู่เหล่านี้ เห็นจะไม่ต้องสาธยายก็เป็นที่ทราบซึ้งกันดีทั่วประเทศแม้นานาอารยประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย รวมทั้งญี่ปุ่น ยังมีปัญญาชนมาบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์และปฏิบัติธรรมที่วัดป่านานาชาติ อำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานีมากมาย แล้วนำพระพุทธศาสนาไปเผยแพร่ที่บ้านเมืองของตน เช่น ท่านสุเมโธ ประธานสงฆ์ที่วัดไทยในอเมริกา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีท่านปภากโล และพระสงฆ์ชาวอารยประเทศรูปอื่น ๆ ซึ่งมาบวชเรียนกับหลวงปู่ชา สุภัทโธ แล้วนำธรรมไปเผยแพร่ยังทวีปต่างๆ มีการกล่าวขานว่า หลวงปู่ชา ไม่เคยพูดภาษาต่างประเทศแม้แต่คำเดียว แต่สามารถสั่งสอนหลักธรรมคนได้ทั่วโลก เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง
พระสงฆ์ผู้ทรงคุณด้านวิปัสนาธุระ ที่เป็นชาวอุบล ฯ มิใช่จะมีมากแต่ในอดีตเท่านั้น ..เราอาจจะรู้จัก พลตรี จำลอง ศรีเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะการเลือกตั้งแบบถล่มคู่ต่อสู้อย่างย่อยยับ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2528 ที่ผ่านมา ..แต่หลายท่านอาจไม่ทราบว่าทำไมท่านผู้นี้จึงได้รับการขนานนามว่า มหาจำลอง ทำไมจึงถือศีลแปด และรับประทานอาหารมังสะวิรัต ผู้ที่ทราบอาจจะตอบว่า เพราะท่านไปปฏิบัติธรรมที่สำนักสันติอโศก ..ท่านทราบหรือไม่ว่าประธานสงฆ์ที่สำนักสันติอโศกคือ ท่านโพธิรักษ์ ( นามเดิมว่า มงคล รักพงษ์ หรือ รัก รักษ์พงษ์ ) อาจารย์ของมหาจำลอง นั้นเป็นชาวอุบล ฯ
เจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ( ศิริจันโท ) ( นามเดิม
จันทร์ สุภสร ) ชาวบ้านหนองไหล อำเภอเมืองอุบล
เป็นพระเถ ธรรมสวนะสามัคคี สามัคคีพระ สามัคคีโยม ธรรมสวนะสามัคคี คืออะไร ธรรมสวนะสามัคคี คือ การแสดงพระธรรมเทศนาที่วัดมหานิกายและวัดธรรมยุติร่วมกันจัดขึ้นโดยจะแสดงพระธรรมเทศนาสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทุกวัดในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยที่อุบาสกอุบาสิกาของวัดทุกวัดจะรวมกันไปสดับรับฟังเพียงวัดเดียวที่จัดขึ้นในแต่ละวันธรรมสวนะ หรือวันพระ ที่มาของธรรมสวนะสามัคคี ในสมัยของพระเทพบัณฑิต ( ต่อมาคือพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสองค์ที่ 9 วัดสุปัฎนารามวรวิหารเจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุต ) ได้ขอให้กรรมการยุวพุทธิกสมาคมในสมัยนั้น พยายามเผยแพร่กิจกรรมของยุวพุทธโดยชักชวนให้ประชาชนเข้าวัดฟังธรรมให้มากขึ้น และขอให้พยายามก่อให้เกิดความสามัคคีต่อกันให้ดีมากขึ้นประกอบกับในระหว่างนั้น นายประจวบ ศรีธัญรัตน์ คหบดีและกรรมการผู้หนึ่งของยุวพุทธ ฯ ( นายกเทศมนตรีเมืองอุบลราชธานีปัจจุบัน ) ได้เรียนกับพระเทพบัณฑิตว่าสังเกตุเห็นการนิมนต์พระของชาวบ้านเพื่อประกอบพิธีต่าง ๆ หากนิมนต์พระมหานิกายพระธรรมยุตก์จะไม่รับนิมนต์หรือหากนิมนต์พระธรรมยุต พระมหานิกายก็จะไม่รับนิมนต์ กล่าวคือจะนิมนต์พระภิกษุต่างนิกายประกอบพิธีร่วมกันไม่ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกแยก ดังนั้นก่อนที่จะชักชวนประชาชนให้สามัคคีกันก็น่าที่จะทำให้เกิดความสามัคคีในฝ่ายสงฆ์ก่อน เพื่อให้ความรู้สึกที่ไม่ดีของประชาชนต่อวัดและพระภิกษุหมดไป พระเทพบัณฑิตรับฟังแล้วเห็นด้วย จึงร่วมกันคิดว่าจะต้องจัดให้ทายกทายิกาอุบาสกอุบาสิกาจากทุกวัดมาร่วมกันฟังพระธรรมเทศนา ในทุกวันพระในวัดเดียวกันให้ได้แทนที่ต่างวัดก็ต่างจัด พระเทพบัณฑิตปรารภว่าการที่จะทำการดังกล่าวให้สำเร็จจะต้องขอความร่วมมือจากเจ้าคุณเจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม ( เจ้าคณะจังหวัดฝ่ายมหานิกาย ) ก่อน จึงได้มอบหมายให้นายประจวบ ศรีธัญรัตน์ ติดต่อขอความร่วมมือจากนายโพธิ์ ส่งศรี ( ทายกอาวุโสที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวอุบล ) ไปปรึกษากันที่วัดสุปัฏนาราม และให้มีหน้าที่ไปเรียนนมัสการให้เจ้าคุณวัดมณีวนารามทราบ และท่านเกิดความเลื่อมใสเห็นด้วย จึงได้ร่วมกันปรึกษาหารือกับเจ้าอาวาสและกรรมการวัดต่าง ๆ ซึ่งต่างก็เห็นด้วย จึงได้เริ่มการจัดการแสดงธรรมสวนะสามัคคีขึ้น โดยเริ่มที่วัดมณีวนารามเป็นวัดแรกจากนั้นจึงหมุนเวียนไปยังวัดอื่น ๆ และวัดสุปัฏนารามเป็นวัดสุดท้ายโดยปฏิบัติดังนี้ตลอดมาในทุกวันพระ ระหว่าง 3 เดือนของเทศกาลเข้าพรรษา ( เริ่มแรกมีเพียง 18 วัดที่อยู่ในเขตเทศบาล สมัยมีเนื้อที่ 5.30 ตร.กม. ) และนายประจวบ ศรีธัญรัตน์ ได้ปวารณานาตัวรับคำย่อการเทศนาให้โรงพิมพ์ผดุงสารเป็นผู้พิมพ์ได้ ต่อมานายประจวบ ศรีธัญรัตน์ ได้รับแต่งตั้งเป็นเทศมนตรี เทศบาลเมืองอุบลราชธานี เทศบาลเมืองอุบลราชธานี จึงได้รับเป็นผู้พิมพ์คำย่อดังกล่าวมาจนทุกวันนี้ จากนั้นมาหลายปี นายโพธิ์ ส่งศรี ได้ย้ายไปกรุงเทพมหานคร นายประจวบ ศรีธัญรัตน์ จึงได้ติดต่อให้ พ.ท.คำวิเสโส ทายกวัดกลางรับเป็นผู้ดำเนินการต่อไปได้ระยะหนึ่ง นายประจวบ ศรีธัญรัตน์ จึงได้มอบเงินจำนวน 1,000.- บาท เริ่มเป็นกองทุนมูลนิธิธรรมสวนะสามัคคีที่วัดกลาง ( ปัจจุบันเงินกองทุนมูลนิธิดังกล่าวมีเป็นจำนวนหลายแสนบาท ) ปัจจุบันนี้ผู้ที่ทำหน้าที่ดำเนินการจัดการแสดงธรรมสวนะสามัคคี คือ นายเชย จันสุตะ และมีวัดเข้าร่วมทั้งสิ้น 25 วัด เป็นวัดธรรมยุต 8 วัด และมหานิกาย 17 วัด นับว่าเป็นการเริ่มต้นของความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนชาวอุบลราชธานี เป็นการเริ่มต้นที่ง่ายไม่มีข้อขัดข้องใด ๆ อันแสดงถึงการใฝ่ธรรมของทวยราษฎร์อย่างแท้จริง เรียบเรียงจากคำบอกเล่าของนายประจวบ ศรีธัญรัตน์
เมื่อคราวไปประชาสัมพันธ์งานแห่เทียนพรรษาโดยออกรายการสถานีโทรทัศน์ ที่ขอนแก่นแทนผู้ว่าราชการจังหวัด พิธีกรได้ถามว่า งามแห่เทียนพรรษามีอยู่หลายจังหวัด แต่ทำไมจังหวัดอุบล ฯ จึงน่าสนใจกว่าที่อื่น คำตอบก็คือว่า การจัดงานแห่เทียนพรรษาที่อุบล ฯ นั้น มิได้มีความหมายที่ต้นเทียนแต่เพียงอย่างเดียว เป็นประเพณีมาแต่ดั้งเดิม ชาวอุบล ฯ ทุกคนมีส่วนร่วมในงานนี้ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ พระสงฆ์หรือชาวบ้านหรือหน่วยราชการ สถาบันต่าง ๆ ทุกคนจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันจนงานสำเร็จอย่างงดงามด้วยความภาคภูมิใจของทุก ๆ ฝ่าย ลักษณะที่ทุกคนมีส่วนร่วม รวมพลังเช่นนี้ เปรียบประดุจนำลวดเส้นเล็ก ๆ หลาย ๆ เส้นมาเป็นเกลียวรวมกัน กลายเป็นลวดสลิงเส้นใหญ่ ทำให้เกิดพลังอันมหาศาลทำงานใหญ่และสำคัญให้สำเร็จไปได้ ขบวนแห่เทียนพรรษาแต่ละขบวน แสดงออกถึงขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมประเพณีที่ละเอียดอ่อนละเมียดละไม หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองมาแต่เก่าก่อนจนปัจจุบัน ต้นเทียนพรรษาที่อุบล ฯ จึงงามล้ำ มีความหมายและคติธรรมทางพุทธศาสนา เพื่อน้อมนำไปปฏิบัติให้บังเกิดสุขในชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว ไม่ว่าไปที่ใด จะต้องเกี่ยวกับอักษร อ จำนวน 4 ตัว กล่าวคือ อ : อารมณ์ มีอารมณ์ผ่องใสที่จะได้ไปท่องเที่ยว อ : อาภรณ์ ได้ใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ใหม่ ๆ แปลก ๆ อ : อากาศ ได้อากาศปลอดโปร่ง แจ่มใส แปลกตา
อ
:
อาหาร
ได้ลิ้มรสอาหารต่าง ๆ ตามสภาพท้องถิ่น
แต่ถ้าไปเที่ยวอุบล ฯ
จะได้ อ ถึง 5
ตัว คือเพิ่ม
อ : อุบล
นับเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อมีการค้นพบภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ที่ผาแต้มและผาหมอน
ซึ่งเป็นหน้าผาสูงชันริมฝั่งแม่น้ำโขง ในเขตปากครองของบ้านกุ่ม
ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม สิ่งที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ
ภาพเขียนสีที่ค้นพบนี้
นักโบราณคดีจากกรมศิลปากรได้สำรวจและพิสูจน์แล้วให้ความเห็นว่า
ข้อมูลบางส่วน มาจากข้อเขียนบางตอนของ
คุณสุวิชช คูณผล ที่มอบให้ผู้จัดทำนำเป็นบทความนำเรื่อง
ในเอกสารเผยแพร่ที่ได้เคยจัดทำไว้
|